แฟ้มสะสมงานออนไลน์ นายภูริณัฐ สุขอนันต์ เลขที่ 7 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/7 โรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล บ้านเลขที่ 102/4 ถ.สฤษดิ์ภูมินารถ ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล 91000
วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
เคล็ดลับเทคนิคแอดมิชชั่น
สวัสดีครับ เปิดให้สมัครได้แล้ว!! สำหรับ GAT PAT 1/56 (รอบแรกของเด็กแอดมิชชั่น ปี 56) ซึ่งวันนี้ พี่ลาเต้ มี How To ขั้นตอนการสมัคร และเรื่องที่ระวังพลาดมาบอกกันครับ (ขอให้อ่านก่อนที่จะสมัครนะครับ อิอิ)
ขั้นตอนการสมัคร
- สมัครสอบ GAT PAT สมัครได้ทาง เว็บ สทศ. เท่านั้น ระบบจะเปิดเวลา 9.00 น.แต่ไม่ต้องรีบ เพราะสมัครได้ถึง 23.59 ของคืนวันที่ 30 ก.ค.โน่นเลย
- สิ่งที่ต้องกรอกในใบสมัครสอบ GAT PAT 1/56 มีไม่เยอะ ที่สำคัญๆ ก็จะมีเลขบัตรประชาชน เลขประจำตัวนักเรียน ชื่อสกุล ที่อยู่ ปีการศึกษาที่จบ
- สำคัญมาก!! น้องๆ ม.6 ที่จะสมัคร GAT PAT ในช่องระดับการศึกษา ให้เลือก "ระดับชั้น ม.6/เทียบเท่า" ส่วนพี่ๆ เด็กซิ่วที่จะลงสนามในรอบนี้ด้วย ให้เลือกช่อง "จบการศึกษาปี พ.ศ." แล้วระบุปีการศึกษาที่จบลงไป เช่น ม.6 ปีที่แล้ว ต้องใส่ปีการศึกษาที่จบเป็นปี 2554
- สอบ GAT PAT สทศ.กำชับว่า "ผู้สมัครต้องเป็น ม.6 หรือวุฒิการศึกษาสูงกว่า ม.6 ขึ้นไป" หากเด็ก ม.5 คนไหนมาแอบสมัคร คะแนนจะถูกตัดสิทธิ์ทันที
- เมื่อพบว่าข้อมูลที่กรอกในใบสมัคร เช่น ชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน ผิดพลาด สามารถแก้ไขได้โดยผู้สมัครจะต้องส่งเอกสารขอแก้ไขมาที่ สทศ.ทางอีเมล serviceniets@gmail.com จากนั้น สทศ.จะดำเนินการแก้ไขให้ ส่วนข้อมูลต่างๆ อย่างโรงเรียน ที่อยู่ ระดับชั้น ผู้สมัครสามารถแก้ไขด้วยตนเองในระบบได้
ขั้นตอนการเลือกสนามสอบ
- การเลือกสนามสอบ GAT PAT 1/56 จะมีอยู่ 4 จังหวัดเท่านั้น ที่มีรายชื่อ ร.ร.สนามสอบมาให้เลือก คือ กรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ (อยากรู้รายชื่อสนามสอบ คลิกที่นี่)
- ส่วนอีก 73 จังหวัด ระบบจะให้ใส่ว่า "สอบที่อำเภอไหน" โดยจะไม่มีรายชื่อร.ร.สนามสอบให้ จากนั้น สทศ.ก็จะจัดสนามสอบตามอำเภอที่เราเลือกให้เอง
- ถึงแม้ในขั้นตอนสมัครเราจะเลือกสนามสอบ/อำเภอที่ต้องการสอบแล้ว แต่จากปีที่ผ่านมา "มีสิทธิ์โดนเด้งได้ทุกเมื่อ" กรณีสนามที่เราเลือกเกิดเต็ม
- สอบ GAT PAT ผู้สมัครสามารถสอบข้ามจังหวัดได้ เช่นอยู่ จ.เชียงใหม่ แต่ลงสนามสอบ กทม. โดยระบบเลือกสนามสอบจะอยู่ขั้นตอนสุดท้ายของการสมัคร
- รุ่นพี่ลองมาแล้ว วิธีที่จะได้สนามสอบเดียวกับเพื่อน คือ "สมัครในเวลาใกล้กัน และจ่ายเงินพร้อมกัน" เพราะหากเพื่อนสมัครช้า สนามเต็ม เพื่อนของเราที่จ่ายช้าจะเด้งไปที่อื่นทันที
- ควรหลีกเลี่ยงสนามสอบที่มีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมกับการสอบ เช่น อยู่ติดทางรถไฟ หรือติดแหล่งที่ทำให้เกิดเสียงดัง เพราะจากรุ่นพี่ปีก่อนๆ สิ่งเหล่านี้มีผลอย่างมากต่อสมาธิในการสอบ
ขั้นตอนการจ่ายเงิน
- เวลาสมัคร(ที่เคยลองจับเวลา) หากเน็ตเร็วใช้เวลาประมาณ 3 นาทีก็เสร็จ จากนั้นก็ให้ปริ้นส์ใบสมัครไปจ่ายเงินที่ 7-11 หรือธนาคารตามที่กำหนดโดยจ่ายได้ถึง 31 ก.ค.นี้
- ค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ GAT PAT 1/56 มีดังนี้ ค่าสมัครวิชาละ 140 บาท (สมัครได้ทุกวิชาไม่จำกัด หากสอบไหว) และค่าธรรมเนียมตอนจ่ายตังค์อีกประมาณ 15-20 บาท
- สุดท้ายเมื่อสมัครสอบGAT PAT เสร็จ และจ่ายตังค์เรียบร้อย ก็ให้รอคอยวันที่ 20 ส.ค. เพื่อดูเลขที่นั่งสอบ สนามสอบ พร้อมพิมพ์บัตรเข้าสอบ เท่านี้การสอบ GAT PAT ก็เสร็จสมบูรณ์แล้วคร้าบบ
เอาล่ะครับ การสอบ GAT PAT 1/56 ถือว่ามีความสำคัญมากนะครับ เพราะนอกจากจะเป็นการสอบรอบแรกของเด็กแอดมิชชั่นปี 56 แล้ว ยังเป็นรอบที่หลายๆ มหาวิทยาลัยใช้คะแนนจากรอบนี้ไปเป็นสัดส่วนในการรับตรงด้วย เช่น จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ม.เกษตรฯ ม.บูรพา ม.เชียงใหม่ ม.แม่ฟ้าหลวง (เรียกได้ว่าสอบรอบนี้คุ้มมากๆ ยื่นรับตรงได้หลายมหาลัยเลย)
ดังนั้น น้องๆ อย่าได้พลาดกันเชียวนะครับ สู้ๆ
ขั้นตอนการสมัคร
- สมัครสอบ GAT PAT สมัครได้ทาง เว็บ สทศ. เท่านั้น ระบบจะเปิดเวลา 9.00 น.แต่ไม่ต้องรีบ เพราะสมัครได้ถึง 23.59 ของคืนวันที่ 30 ก.ค.โน่นเลย
- สิ่งที่ต้องกรอกในใบสมัครสอบ GAT PAT 1/56 มีไม่เยอะ ที่สำคัญๆ ก็จะมีเลขบัตรประชาชน เลขประจำตัวนักเรียน ชื่อสกุล ที่อยู่ ปีการศึกษาที่จบ
- สำคัญมาก!! น้องๆ ม.6 ที่จะสมัคร GAT PAT ในช่องระดับการศึกษา ให้เลือก "ระดับชั้น ม.6/เทียบเท่า" ส่วนพี่ๆ เด็กซิ่วที่จะลงสนามในรอบนี้ด้วย ให้เลือกช่อง "จบการศึกษาปี พ.ศ." แล้วระบุปีการศึกษาที่จบลงไป เช่น ม.6 ปีที่แล้ว ต้องใส่ปีการศึกษาที่จบเป็นปี 2554
- สอบ GAT PAT สทศ.กำชับว่า "ผู้สมัครต้องเป็น ม.6 หรือวุฒิการศึกษาสูงกว่า ม.6 ขึ้นไป" หากเด็ก ม.5 คนไหนมาแอบสมัคร คะแนนจะถูกตัดสิทธิ์ทันที
- เมื่อพบว่าข้อมูลที่กรอกในใบสมัคร เช่น ชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน ผิดพลาด สามารถแก้ไขได้โดยผู้สมัครจะต้องส่งเอกสารขอแก้ไขมาที่ สทศ.ทางอีเมล serviceniets@gmail.com จากนั้น สทศ.จะดำเนินการแก้ไขให้ ส่วนข้อมูลต่างๆ อย่างโรงเรียน ที่อยู่ ระดับชั้น ผู้สมัครสามารถแก้ไขด้วยตนเองในระบบได้
ขั้นตอนการเลือกสนามสอบ
- การเลือกสนามสอบ GAT PAT 1/56 จะมีอยู่ 4 จังหวัดเท่านั้น ที่มีรายชื่อ ร.ร.สนามสอบมาให้เลือก คือ กรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ (อยากรู้รายชื่อสนามสอบ คลิกที่นี่)
- ส่วนอีก 73 จังหวัด ระบบจะให้ใส่ว่า "สอบที่อำเภอไหน" โดยจะไม่มีรายชื่อร.ร.สนามสอบให้ จากนั้น สทศ.ก็จะจัดสนามสอบตามอำเภอที่เราเลือกให้เอง
- ถึงแม้ในขั้นตอนสมัครเราจะเลือกสนามสอบ/อำเภอที่ต้องการสอบแล้ว แต่จากปีที่ผ่านมา "มีสิทธิ์โดนเด้งได้ทุกเมื่อ" กรณีสนามที่เราเลือกเกิดเต็ม
- สอบ GAT PAT ผู้สมัครสามารถสอบข้ามจังหวัดได้ เช่นอยู่ จ.เชียงใหม่ แต่ลงสนามสอบ กทม. โดยระบบเลือกสนามสอบจะอยู่ขั้นตอนสุดท้ายของการสมัคร
- รุ่นพี่ลองมาแล้ว วิธีที่จะได้สนามสอบเดียวกับเพื่อน คือ "สมัครในเวลาใกล้กัน และจ่ายเงินพร้อมกัน" เพราะหากเพื่อนสมัครช้า สนามเต็ม เพื่อนของเราที่จ่ายช้าจะเด้งไปที่อื่นทันที
- ควรหลีกเลี่ยงสนามสอบที่มีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมกับการสอบ เช่น อยู่ติดทางรถไฟ หรือติดแหล่งที่ทำให้เกิดเสียงดัง เพราะจากรุ่นพี่ปีก่อนๆ สิ่งเหล่านี้มีผลอย่างมากต่อสมาธิในการสอบ
ขั้นตอนการจ่ายเงิน
- เวลาสมัคร(ที่เคยลองจับเวลา) หากเน็ตเร็วใช้เวลาประมาณ 3 นาทีก็เสร็จ จากนั้นก็ให้ปริ้นส์ใบสมัครไปจ่ายเงินที่ 7-11 หรือธนาคารตามที่กำหนดโดยจ่ายได้ถึง 31 ก.ค.นี้
- ค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ GAT PAT 1/56 มีดังนี้ ค่าสมัครวิชาละ 140 บาท (สมัครได้ทุกวิชาไม่จำกัด หากสอบไหว) และค่าธรรมเนียมตอนจ่ายตังค์อีกประมาณ 15-20 บาท
- สุดท้ายเมื่อสมัครสอบGAT PAT เสร็จ และจ่ายตังค์เรียบร้อย ก็ให้รอคอยวันที่ 20 ส.ค. เพื่อดูเลขที่นั่งสอบ สนามสอบ พร้อมพิมพ์บัตรเข้าสอบ เท่านี้การสอบ GAT PAT ก็เสร็จสมบูรณ์แล้วคร้าบบ
เอาล่ะครับ การสอบ GAT PAT 1/56 ถือว่ามีความสำคัญมากนะครับ เพราะนอกจากจะเป็นการสอบรอบแรกของเด็กแอดมิชชั่นปี 56 แล้ว ยังเป็นรอบที่หลายๆ มหาวิทยาลัยใช้คะแนนจากรอบนี้ไปเป็นสัดส่วนในการรับตรงด้วย เช่น จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ม.เกษตรฯ ม.บูรพา ม.เชียงใหม่ ม.แม่ฟ้าหลวง (เรียกได้ว่าสอบรอบนี้คุ้มมากๆ ยื่นรับตรงได้หลายมหาลัยเลย)
ดังนั้น น้องๆ อย่าได้พลาดกันเชียวนะครับ สู้ๆ
วัยรุ่นกับกวดวิชา
เวลาที่น้องๆ ชาว Dek-D.com ไปเรียนกวดวิชา กระเป๋าตุงกันบ้างไหม ? หยิบอะไรไปเรียนกันบ้าง น้องๆ ที่ชอบ จด จด จด ก็คงจะขนบรรดาเครื่องเขียนไปเป็นกล่อง หยิบสมุดจดเล่มสวย ใส่กระเป๋าไม่เคยลืม น้องๆ บางคนก็อาจจะกระเป๋าแฟบ ! เพราะหยิบเอาไปแค่สมุดจด หนังสือเรียน และปากกาไปแค่ด้ามเดียว
“หนังสือการ์ตูน นิตยสาร นิยาย”
น้องหลายคนเลือกหยิบหนังสือการ์ตูน นิตยสาร นิยายหรือ หนังสืออื่นๆ ที่เราชอบอ่านพกพาใส่กระเป๋าไปเรียนกวดวิชาด้วย เพื่อเป็นอุปกรณ์เสริมเอาไว้แก้เบื่อเวลาที่ต้องนั่งรอเพื่อนๆ รอติวเตอร์หรือรอเวลาเข้าห้องเรียน แต่น้องๆ อย่าเผลอหยิบอุปกรณ์เสริมชิ้นนี้ขึ้นมาอ่านในเวลาเรียนนะจ๊ะเด็กๆ ไม่ดีๆ เราเสียเงินเรียนกวดวิชาแล้วต้องตั้งใจเรียน!
“กระดาษทิชชู ชนิดเปียก”
แต่ของยอดฮิต ที่เด็กกวดวิชาต้องหยิบติดไปเรียนด้วยเสมอ มักจะมีเจ้าปากกาสีต่างๆ โพสอิท สมุดจด ลูกอมหรือขนมคบเคี้ยว ไม่เคยขาด นอกจากอุปกรณ์เครื่องเขียนเหล่านี้แล้ว พี่อายแอบไปสืบแล้วรู้มาว่า น้องๆ มีอุปกรณ์เสริมอย่างอื่นที่ต้องหยิบติดไม้ติดมือ ใส่กระเป๋าเอาไปเรียนกวดวิชาด้วย อุปกรณ์เสริมที่ว่านั้นก็คือ ...
“หนังสือการ์ตูน นิตยสาร นิยาย” น้องหลายคนเลือกหยิบหนังสือการ์ตูน นิตยสาร นิยายหรือ หนังสืออื่นๆ ที่เราชอบอ่านพกพาใส่กระเป๋าไปเรียนกวดวิชาด้วย เพื่อเป็นอุปกรณ์เสริมเอาไว้แก้เบื่อเวลาที่ต้องนั่งรอเพื่อนๆ รอติวเตอร์หรือรอเวลาเข้าห้องเรียน แต่น้องๆ อย่าเผลอหยิบอุปกรณ์เสริมชิ้นนี้ขึ้นมาอ่านในเวลาเรียนนะจ๊ะเด็กๆ ไม่ดีๆ เราเสียเงินเรียนกวดวิชาแล้วต้องตั้งใจเรียน!
แล้วถ้าน้องๆ ลองเปลี่ยนจากอ่านหนังสือการ์ตูน นิตยสาร นิยาย มาเป็นหนังสือเรียนละก็ จะยิ่งดีใหญ่ เพราะเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อีกด้วย
เดี๋ยวนี้อุปกรณ์ไอทีมีเยอะแยะมากมายเลย สำหรับน้องๆ ที่มีไอพอด ไอแพดหรืออื่นๆ ก็จะหยิบใส่กระเป๋าติดตัวไปไหนมาไหนด้วยตลอดเป็นประจำเผื่อว่างๆ ก็จะเอาไว้ดูหนัง ฟังเพลงและเล่นเกมแก้เบื่อหรือไม่น้องๆ อาจจะใช้บันทึกเสียงการบรรยายของติวเตอร์ แต่ก็เช่นเดียวกันกับหนังสือที่เราไม่ควรนำขึ้นมาเล่นในเวลาเรียนนะจ๊ะ เดี๋ยวจะเรียนไม่รู้เรื่อง
“กระดาษทิชชู ชนิดเปียก”
น้องๆ บางคนอาจสงสัยว่า เอ๊ะ... เอากระดาษทิชชูเปียก ไปเรียนด้วยหรอ ? เอาไปทำไม ? ก็เอาไว้ใช้เวลาที่มือของน้องๆ เลอะเทอะไงจ๊ะ เวลาที่น้องๆ จดเลกเชอร์อยู่ใช่ไหม จดไปจดมา อ๊ะ! มือกลายเป็นสีเขียว สีฟ้าไปซะแล้ว เพราะเลอะหมึกปากกา แล้วถ้าเราไม่รีบเช็ดออก จดไปเรื่อยๆ ทั้งกระดาษทั้งมือเราก็จะยิ่งเลอะเทอะ ถ้าลุกไปเข้าห้องน้ำก็จะทำให้การเรียนของเราขาดตอนไป ฉะนั้นเรามาใช้กระดาษทิชชูเปียกกันเถอะ!
แล้วถ้าเกิดน้องๆ เผลอทำน้ำหรือขนมหกเลอะเทอะ ก็จะได้ใช้กระดาษทิชชูเปียกเช็ดทำความสะอาดสิ่งสกปรกซะเลย หรือเวลาที่เราไปเข้าห้องน้ำแล้วปรากฏว่าในห้องน้ำไม่มีกระดาษทิชชูหรือสายฉีดชำระ แต่เราก็ยังมีกระดาษทิชชูเปียก !
แล้วถ้าเกิดน้องๆ เผลอทำน้ำหรือขนมหกเลอะเทอะ ก็จะได้ใช้กระดาษทิชชูเปียกเช็ดทำความสะอาดสิ่งสกปรกซะเลย หรือเวลาที่เราไปเข้าห้องน้ำแล้วปรากฏว่าในห้องน้ำไม่มีกระดาษทิชชูหรือสายฉีดชำระ แต่เราก็ยังมีกระดาษทิชชูเปียก !
มีน้องๆ หลายคนที่หยิบเอาถุงพลาสติกเข้าห้องเรียนด้วย เพื่อเอาไว้ใส่ขยะทั้งเศษกระดาษ ทั้งซองขนม เปลือกลูกอมต่างๆ จะได้ไม่เลอะเทอะบริเวณรอบๆ โต๊ะเรียนในระหว่างที่เรานั่งเรียนด้วย เป็นสิ่งที่ดีนะคะขยะของเรา เราก็ควรจะนำเอาไปทิ้งเองไม่ควรวางทิ้งไว้ให้คนอื่นต้องมาเก็บให้เรา แล้วยิ่งถ้ามีเพื่อนๆ มานั่งที่เราเรียนต่อในชั่วโมงถัดไปด้วยละก็ยิ่งต้องเก็บขยะให้เรียบร้อย เพื่อเพื่อนที่มานั่งเรียนต่อจากเราเขาจะได้ไม่เดือดร้อนนะจ๊ะ
ซัมซุง"สู้ตาย"ประกาศลั่นวางตลาด"กาแล็คซี่ S3 แน่"-ไม่สนแอปเปิล"ฟ้อง"
ซัมซุง"สู้ตาย"ประกาศลั่นวางตลาด"กาแล็คซี่ S3 แน่"-ไม่สนแอปเปิล"ฟ้อง"
![]() |
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ว่า "ซัมซุง อีเล็คทริคส์"ได้ประกาศจะเดินหน้าการวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน"กา แล็คซี่ S3"ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในเดือนนี้ แม้ว่าแอปเปิลได้ยื่นฟ้องขัดขวางการวางจำหน่ายมือถือดังกล่าว ด้วยเหตุผลว่า ซัมซุง ได้ผลิตสินค้าที่ลอกเลียนแบบและละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาของแอปเปิล โดยแถลงการณ์ของซัมซุงระบุว่า ซัมซุง เชื่อว่า คำร้องคัดค้านของแอปเปิลเป็นสิ่งไม่ถูกต้องทางกฎหมาย และซัมซุงและคัดค้านการคำร้องของแอปเปิลอย่างแข็งขัน และแสดงให้เห็นศาลเห็นว่า โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน กาแล็คซี่ S3 เป็นสินค้าแห่งนวัตกรรมและมีความแตกต่างจากไอโฟนอย่างเด่นชัด ที่ผ่านมา แอปเปิลได้ทำสงครามการค้ากับซัมซุงอย่างดุเดือด โดยฟ้องศาลในกว่า 10 ประเทศ เพื่อให้ห้ามการวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือซัมซุงกาแล็คซี่ทั่วโลก แต่ที่ผ่านมา โทรศัพท์ซัมซุงกำลังได้รับกระแสตอบรับจากผู้บริโภคทั่วโลกอย่างมาก และถึงขณะนี้ โทรศัพท์สมาร์ทโฟนกาแล๊คซี่ S3 ได้วางจำหน่ายแล้วใน 28 ประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปและตะวันออกกลาง และจีน รวมทั้งเตรียมจะวางจำหน่ายใน 145 ประเทศทั่วโลก รายงานระบุว่า สำหรับสมาร์ทโฟน"กาแล็คซี่ S3"ได้เสนอเทคโนโลยีล้าสมัยหลายด้าน เช่น การจดจำใบหน้าของเจ้าของโทรศัพท์ การปิดหน้าจออัตโนมัติด้วยการจ้องมอง และการปรับปรุงระบบควบคุมด้วยเสียง รวมทั้งระบบการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพขึ้น โดยผู้ใช้สามารถดูวีดีโอและเขียนอีเมล์ได้พร้อม ๆ กัน และที่ผ่านมา ซัมซุง ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโยลีใหญ่ที่สุดของโลก ได้วางจำหน่ายสมาร์ทโฟนเป็นจำนวน 44.5 ล้านเครื่องในทั่วโลก ในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งมากกว่าแอปเปิล ที่วางจำหน่ายไอโฟนเป็นจำนวน 35.1 ล้านเครื่อง นอกจากนี้ ซัมซุงยังเพิ่งแซงหน้าโนเกีย กลายเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดของโลกด้วย ก่อนหน้านี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีต่างชื่นชมซัมซุง แกแล๊คซี่ S3 โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของซัมซุง ที่ได้เริ่มวางจำหน่ายแล้ว ว่าเป็นโทรศัพท์มือถือชั้นดีที่สุดในตลาดขณะนี้ แม้แต่โทรศัพท์ไอโฟนของบริษัท"แอปเปิล"และเหนือกว่าโทรศัพท์"HTC"วันเอ็กซ์ รุ่นใหม่ ที่เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อเดือนที่แล้ว โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า ซัมซุง แกแล๊คซี่ S3 มีระบบประมวลผลชั้นเยี่ยม และยังสามารถดูหนังและท่องเน็ตได้ในเวลาเดียวกัน โดยผุู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า ซัมซุง แกแล็คซี่ S 3 เหนือกว่าไอโฟน 4 ทั้งในขนาดหน้าจอใหญ่กว่า เบากว่า และให้มากกว่ากับเงินที่เสียไป อีกทั้งยังออกแบบน่าสนใจ ด้วยหน้าจอโค้งมน และดูมีสไตล์หรูหรา นอกจากนี้ ระบบประมวลผลของรุ่นนี้ยังเร็วอย่างน่าทึ่ง หน้าจอคมชัด ขณะที่บางรายระบุว่า ซัมซุง แกแล็คซี่ S3 ถือว่าล้ำหน้ากว่าไอโฟนหลายเท่าทีเดียว ด้านเว็บไซต์ที่ได้รับการ ยอมรับอย่าง"TechRader"ยังยืนยันว่า ซัมซุม กาแล็คซี่ S3 เป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนดีที่สุดในตลาดขณะนี้ สามารถเล่นภาพและวีดีโอได้อย่างน่าทึ่ง มีระบบปฎิบัติที่รวดเร็วและฉับไว สามารถถอดแบตเตอรี่ได้ และมีกำลังแบตเตอรี่ที่มากกว่าด้วย Credit : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2533373 |
9 อันดับประเทศที่ผู้หญิงน่าสงสารที่สุดในโลก !!
9
ประเทศที่ผู้หญิงน่าสงสารที่สุดในโลก
ผู้หญิงไทยในสังคมสมัยนี้เก่งมากกก ผู้ชายทำอะไรได้ ผู้หญิงก็ทำได้เหมือนกันแทบทุกอย่าง สิทธิเสรีภาพของสตรีเพศก็มีอย่างกว้างขวางทีเดียว แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่าในอีกหลาย ๆ ประเทศบนโลกใบเดียวกันกับเรานี้ ผู้หญิงบางประเทศเค้าต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพราะถูกกดขี่ข่มเหงสุด ๆ เรามาดูกันดีกว่าว่า The Worst Places to be a Woman หรือประเทศในโลกนี้ที่แย่สุด ๆ สำหรับการเกิดเป็นผู้หญิง มีประเทศไหนบ้าง
1. CHAD (ชาด)
หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อประเทศนี้ ประเทศชาดเป็นประเทศในแอฟริกากลาง มีพื้นที่ส่วนมากเป็นทะเลทราย จึงได้ชื่อว่าเป็น "หัวใจตายของแอฟริกา" ผู้หญิงในประเทศนี้แทบไม่มีสิทธิ์ในการออกความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น และเด็กผู้หญิงส่วนมากต้องแต่งงานตั้งแต่อายุ 11-12 ปีค่ะ
2. AFGHANISTAN (อัฟกานิสถาน)
ถ้าเอ่ยชื่อถึงประเทศนี้ คงนึกถึงภาพสนามรบและความอันตราย ชีวิตของผู้หญิงในประเทศนี้ถือว่ามีคุณภาพชีวิตในระดับแย่ เพราะ 90% ของผู้หญิงอัฟกานิสถานไม่รู้หนังสือ และ 85% ของผู้หญิงอัฟกานิสถานคลอดลูกในสถานที่อื่นที่ไม่ใช่ในโรงพยาบาล ทำให้เด็กที่คลอดออกมามีสุขภาพแข็งแรงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
3. YEMEN (เยเมน)
เยเมนเป็นประเทศหนึ่งในเอเชียโดยอยู่ในคาบสมุทรอาหรับ ความลำบากของผู้หญิงเยเมนมักเกี่ยวข้องกับการลงมือทำร้ายร่างกายภรรยาโดยสามี เพราะกฏหมายเยเมนไม่ถือว่า การที่คู่ครองฝ่ายชายลงมือทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงเป็นเรื่องผิดกฏหมายหรือสามารถเอาเรื่องได้ รวมถึงสามีสามารถข่มขืนภรรยาได้โดยภรรยาไม่มีสิทธิ์แจ้งตำรวจ และภรรยาทุกคนต้องอยู่กับสามีเดิมไปตลอดชีวิต
4. DEMOCRATIC REPUBLIC OF THE CONGO (สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก)
ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่า หากพูดถึง "คองโก" นั้น อาจหมายความได้ถึง 2 ประเทศค่ะ คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of Congo) และ สาธารณรัฐคองโก (Republic of Congo) โดยในอดีตนั้นเคยเป็นประเทศเดียวกัน แต่ปัจจุบันแยกออกจากกันโดยมีแม่น้ำคองโกเป็นพรมแดนกั้น ส่วนประเทศที่เรากำลังพูดถึงกันก็คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ... ฟังชื่อประเทศดูประชาธิปไตยแต่จริง ๆ ก็ไม่ค่อยเป็นอย่างนั้นหรอกค่ะ ผู้หญิงในประเทศนี้ต้องเสี่ยงอันตรายในการถูกลากไปข่มขืน ตามสถิติแล้ว ประเทศนี้มีประชากร 70 ล้านคน และในแต่ละวันจะมีผู้หญิงถูกข่มขืนวันละกว่า 1,100 คนค่ะ T__T สะเทือนใจกว่านี้มีอีกมั้ย
5. MALI (มาลี)
มาลีเป็นประเทศในแอฟริกาตะวันตก สิ่งที่ผู้หญิงส่วนมากในประเทศนี้ต้องเจอคือ การถูกขริบอวัยวะเพศอย่างโหดร้ายโดยไม่มีการใช้ยาชา ทำให้หลายคนเสียเลือดจนเสียชีวิตหรือมีโรคอื่น ๆ ตามมา เพราะมีความเชื่อว่า หากผู้หญิงที่ไม่ได้ขริบอวัยวะเพศเกิดมีอารมณ์ทางเพศขึ้นมาก็สามารถข่มขืนผู้ชายได้ = ="
6. SOLOMON ISLANDS (หมู่เกาะโซโลมอน)
ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ได้ชื่อว่าเป็นไข่มุกแห่งแปซิฟิกเพราะมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แต่ยังไงก็ตาม ผู้หญิงในหมู่เกาะนี้ก็ถือว่าเป็นช้างเท้าหลังของผู้ชาย ถึงจะไม่มีปัญหาเรื่องการทำร้ายร่างกายอย่างโหดร้าย แต่ผู้หญิงที่นี่ไม่สามารถเข้าไปเป็นนักการเมืองในสภาได้

7. NIGER (ไนเจอร์)
ไนเจอร์เป็นอีกประเทศหนึ่งในแอฟริกาตะวันตก ผู้หญิงในประเทศนี้ประสบปัญหาเช่นเดียวกับผู้หญิงในประเทศชาดคือ เด็กผู้หญิงมักถูกบังคับให้แต่งงานตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบเท่านั้น ถึงจะมีกฏหมายบังคับออกมาว่าไม่อนุญาตให้เด็กเล็กแต่งงาน แต่กลับไม่มีใครเกรงกลัวกฏหมายนี้หรือมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง
8. PAKISTAN (ปากีสถาน)
ต้องรู้จักประเทศนี้กันอย่างแน่นอน เพราะอยู่แถบเอเชียใต้ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านเรามากนัก ปัญหาของผู้หญิงในประเทศนี้ก็คือ สามีสามารถข่มขืนภรรยาได้โดยภรรยาไม่มีสิทธิ์ฟ้องร้องเพราะถือไม่ใช่เรื่องผิดกฏหมาย ที่ร้ายแรงที่สุดคือ ในแต่ละปี มีคนในครอบครัวเดียวกันฆ่ากันตายมากกว่า 800 คน นอกจากนี้อัตราการทำร้ายร่างกายผู้หญิงของปากีสถานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 20% ในทุก ๆ ปี
9. ETHIOPIA (เอธิโอเปีย)
การแต่งงานตั้งแต่วัยเด็กในภาวะที่ไม่พร้อม ทำให้ผู้หญิงเอธิโอเปียจำนวนมากต้องตัดสินใจทำแท้ง แต่ด้วยสภาพประเทศที่มีภาวะอดอยากและมีระบบสาธารณสุขย่ำแย่ ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากเสียชีวิตจากการทำแท้ง หรือหากไม่เสียชีวิต ก็มักติดเชื้อและเกิดโรคอื่นแทรกซ้อนตามมาภายหลัง
Credit : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2531859
ผู้หญิงไทยในสังคมสมัยนี้เก่งมากกก ผู้ชายทำอะไรได้ ผู้หญิงก็ทำได้เหมือนกันแทบทุกอย่าง สิทธิเสรีภาพของสตรีเพศก็มีอย่างกว้างขวางทีเดียว แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่าในอีกหลาย ๆ ประเทศบนโลกใบเดียวกันกับเรานี้ ผู้หญิงบางประเทศเค้าต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพราะถูกกดขี่ข่มเหงสุด ๆ เรามาดูกันดีกว่าว่า The Worst Places to be a Woman หรือประเทศในโลกนี้ที่แย่สุด ๆ สำหรับการเกิดเป็นผู้หญิง มีประเทศไหนบ้าง
1. CHAD (ชาด)
หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อประเทศนี้ ประเทศชาดเป็นประเทศในแอฟริกากลาง มีพื้นที่ส่วนมากเป็นทะเลทราย จึงได้ชื่อว่าเป็น "หัวใจตายของแอฟริกา" ผู้หญิงในประเทศนี้แทบไม่มีสิทธิ์ในการออกความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น และเด็กผู้หญิงส่วนมากต้องแต่งงานตั้งแต่อายุ 11-12 ปีค่ะ
2. AFGHANISTAN (อัฟกานิสถาน)
ถ้าเอ่ยชื่อถึงประเทศนี้ คงนึกถึงภาพสนามรบและความอันตราย ชีวิตของผู้หญิงในประเทศนี้ถือว่ามีคุณภาพชีวิตในระดับแย่ เพราะ 90% ของผู้หญิงอัฟกานิสถานไม่รู้หนังสือ และ 85% ของผู้หญิงอัฟกานิสถานคลอดลูกในสถานที่อื่นที่ไม่ใช่ในโรงพยาบาล ทำให้เด็กที่คลอดออกมามีสุขภาพแข็งแรงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
3. YEMEN (เยเมน)
เยเมนเป็นประเทศหนึ่งในเอเชียโดยอยู่ในคาบสมุทรอาหรับ ความลำบากของผู้หญิงเยเมนมักเกี่ยวข้องกับการลงมือทำร้ายร่างกายภรรยาโดยสามี เพราะกฏหมายเยเมนไม่ถือว่า การที่คู่ครองฝ่ายชายลงมือทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงเป็นเรื่องผิดกฏหมายหรือสามารถเอาเรื่องได้ รวมถึงสามีสามารถข่มขืนภรรยาได้โดยภรรยาไม่มีสิทธิ์แจ้งตำรวจ และภรรยาทุกคนต้องอยู่กับสามีเดิมไปตลอดชีวิต
4. DEMOCRATIC REPUBLIC OF THE CONGO (สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก)
ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่า หากพูดถึง "คองโก" นั้น อาจหมายความได้ถึง 2 ประเทศค่ะ คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of Congo) และ สาธารณรัฐคองโก (Republic of Congo) โดยในอดีตนั้นเคยเป็นประเทศเดียวกัน แต่ปัจจุบันแยกออกจากกันโดยมีแม่น้ำคองโกเป็นพรมแดนกั้น ส่วนประเทศที่เรากำลังพูดถึงกันก็คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ... ฟังชื่อประเทศดูประชาธิปไตยแต่จริง ๆ ก็ไม่ค่อยเป็นอย่างนั้นหรอกค่ะ ผู้หญิงในประเทศนี้ต้องเสี่ยงอันตรายในการถูกลากไปข่มขืน ตามสถิติแล้ว ประเทศนี้มีประชากร 70 ล้านคน และในแต่ละวันจะมีผู้หญิงถูกข่มขืนวันละกว่า 1,100 คนค่ะ T__T สะเทือนใจกว่านี้มีอีกมั้ย
5. MALI (มาลี)
มาลีเป็นประเทศในแอฟริกาตะวันตก สิ่งที่ผู้หญิงส่วนมากในประเทศนี้ต้องเจอคือ การถูกขริบอวัยวะเพศอย่างโหดร้ายโดยไม่มีการใช้ยาชา ทำให้หลายคนเสียเลือดจนเสียชีวิตหรือมีโรคอื่น ๆ ตามมา เพราะมีความเชื่อว่า หากผู้หญิงที่ไม่ได้ขริบอวัยวะเพศเกิดมีอารมณ์ทางเพศขึ้นมาก็สามารถข่มขืนผู้ชายได้ = ="
6. SOLOMON ISLANDS (หมู่เกาะโซโลมอน)
ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ได้ชื่อว่าเป็นไข่มุกแห่งแปซิฟิกเพราะมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แต่ยังไงก็ตาม ผู้หญิงในหมู่เกาะนี้ก็ถือว่าเป็นช้างเท้าหลังของผู้ชาย ถึงจะไม่มีปัญหาเรื่องการทำร้ายร่างกายอย่างโหดร้าย แต่ผู้หญิงที่นี่ไม่สามารถเข้าไปเป็นนักการเมืองในสภาได้
7. NIGER (ไนเจอร์)
ไนเจอร์เป็นอีกประเทศหนึ่งในแอฟริกาตะวันตก ผู้หญิงในประเทศนี้ประสบปัญหาเช่นเดียวกับผู้หญิงในประเทศชาดคือ เด็กผู้หญิงมักถูกบังคับให้แต่งงานตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบเท่านั้น ถึงจะมีกฏหมายบังคับออกมาว่าไม่อนุญาตให้เด็กเล็กแต่งงาน แต่กลับไม่มีใครเกรงกลัวกฏหมายนี้หรือมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง
8. PAKISTAN (ปากีสถาน)
ต้องรู้จักประเทศนี้กันอย่างแน่นอน เพราะอยู่แถบเอเชียใต้ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านเรามากนัก ปัญหาของผู้หญิงในประเทศนี้ก็คือ สามีสามารถข่มขืนภรรยาได้โดยภรรยาไม่มีสิทธิ์ฟ้องร้องเพราะถือไม่ใช่เรื่องผิดกฏหมาย ที่ร้ายแรงที่สุดคือ ในแต่ละปี มีคนในครอบครัวเดียวกันฆ่ากันตายมากกว่า 800 คน นอกจากนี้อัตราการทำร้ายร่างกายผู้หญิงของปากีสถานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 20% ในทุก ๆ ปี
9. ETHIOPIA (เอธิโอเปีย)
การแต่งงานตั้งแต่วัยเด็กในภาวะที่ไม่พร้อม ทำให้ผู้หญิงเอธิโอเปียจำนวนมากต้องตัดสินใจทำแท้ง แต่ด้วยสภาพประเทศที่มีภาวะอดอยากและมีระบบสาธารณสุขย่ำแย่ ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากเสียชีวิตจากการทำแท้ง หรือหากไม่เสียชีวิต ก็มักติดเชื้อและเกิดโรคอื่นแทรกซ้อนตามมาภายหลัง
Credit : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2531859
วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555
บันทึกความดี ประจำวันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน 2555
ช่วยแม่ล้างจาน
ปิดไฟหลังออกจากห้องนะ
ปิดไฟก่อนออกจากบ้าน
ปิดน้ำทุกครั้งหลังใช้เสร็จ
หยุดรถเคารพเพลงชาติ
ส่งงานตรงเวลา
ช่วยแม่ล้างจาน
เอาอาหารให้สุนัข
ปิดไฟหลังออกจากห้องนะ
ปิดไฟก่อนออกจากบ้าน
ปิดน้ำทุกครั้งหลังใช้เสร็จ
หยุดรถเคารพเพลงชาติ
ส่งงานตรงเวลา
ช่วยแม่ล้างจาน
เอาอาหารให้สุนัข
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)








